Red Light District in Germany


Red Light ในเยอรมัน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานหลายปีตั้งเดือนกุมภาพันธ์ปี 1999 ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่เก็บดองไว้นานจนแทบจะลืมเลยทีเดียว แต่ทว่าบังเอิญได้ไปเห็นข่าวพาดหัวเรื่อง" เยอรมันระดมตำรวจกว่า 1,500 นาย บุกทลายซ่อง" จากแหล่งข่าวสำนักหนึ่งก็เลยถือโอกาสรื้อฟื้นความทรงจำมาระบายเล่าสู่กันฟัง

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่พี่เสือได้มีโอกาสเดินทางไปเยอรมันเป็นครั้งแรก=>รีวิวเรื่องการเดินทางไปเยอรมันครั้งแรก(อ่านตอนที่แล้ว) ซึ่งในระหว่างช่วงที่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็มีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวที่เมืองเบอร์ลิน(ฺBerlin)ซึ่งเป็นชายแดนฝั่งตะวันออกของเยอรมัน...และที่นี่เองที่ทำให้เกิดแรงจูงใจในการค้นหาความจริงในหลายๆประเทศในเวลาต่อมา

เหตุเกิดที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งข้างห้างดังใกล้ๆกับสถานีรถไฟฟ้าที่เมืองเบอร์ลิน(Berlin Hauptbahnhof Train Station ) ซึ่งขณะนั้นกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนคลาสสิคนั่นคือยืนดื่มกาแฟร้อนๆท่ามกลายปุยหิมะสีขาวสะอาดที่่กำลังตกโปรยปรายมาจากท้องฟ้า(เป็นอะไรที่ฟินและมีความสุขมากถึงแม้อากาศจะหนาวเหน็บเข้ากระดูก)ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ๆของชีวิต ...แต่จากนั้นไม่นาน(บุหรี่ยังไม่ทันหมดมวน)ก็มีชายเยอรมันรุ่นพี่คนหนึ่งเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ร่วมวงพูดคุยสนทนา...

Where do you come from ... คุณมาจากไหน? คำถามแรกที่ชายหนุ่มรุ่นพี่ชาวเยอรมันยิงคำถามใส่ ...ซึ่งเราตอบแบบตรงแบบตรงไปตรงมาด้วยความภาคภูมิใจว่า"ไอมาจากประเทศไทย" ...กรำๆๆสามกำห้า..พอบอกว่ามาจากประเทศไทยเท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย...เรื่องราวต่างๆที่คุยค้างกันไว้ถูกตัดตอน! ...ทุกอย่างถูกลิงค์เข้าสู่โหมดของสาวขายบริการและโสเภณีโดยทันทีแบบตั้งตัวไม่ทันเลย

...เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสาว(ไทย)ที่ขายบริการหลังไหลมายังระลอกๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ พัทยา พัฒพงษ์ ฯลฯ และสถานที่อื่นๆในเยอรมัน เช่นเบอร์ลิน แฟร้งเฟิร์ต ฮัมบูร์ก (Humburg)ฯลฯ

กรำจริงๆ...จากที่กำลังมีความสุขกับกาแฟผสมหิมะอยู่ดีๆ ทุกอย่างกลับกลายเป็นเรื่องหดหู่และสะเทือนใจขึ้นมาทันที...แมร่ง-บ้านตรูมีอะไรให้ดีๆให้ดูชมตั้งมากมายทำไมไม่พูดถึงว๊ะ? ทำไมตั้งหน้าตั้งตาคุยแต่เรื่องเหี้ยมๆแบบนี้ว๊ะ???(พรึมพรำอยู่ในใจ)... หรือว่าบ้านมรึงไม่มี???(เป็นคำถามที่คาใจมาก)

จ๊ะเอ๋ ด้วยความบังเอิญ

วันหยุดสุดสัปดาห์ที่สองนี้ไม่มีแพลนไปไหนไกลๆ ก็เลยตัดสินใจไปเดินเที่ยวในเมืองที่อยู่ใกล้ๆ(ฺเมืองบราวน์ชไวก์ Brunswick ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับบริษัที่ไปฝึกอบรม) ร้านรวงส่วนใหญ่จะปิดซึ่งการทัวร์เมืองก็จะออกแนววินโดวส์ช๊อปปิ้ง(Windows Shopping)...เวลามีเยอะเหลือเฟือและเป็นครั้งแรกก็เลยเดินดูทุกอย่างที่ขวางหน้า และสุดท้ายท้ายสุดก็เดินวนมาจ๊ะเอ๋จนได้

RED LIGHT DISTRICT ประจำเมือง...ปรากฏว่ามีเหมือนไม่ครับท่านผู้ชม(แต่เข้าใจว่าเป็นแบถูกกฏหมาย)... ซอยทั้งซอยตกแต่งด้วยสีชมพูและและแดงเร่าร้อน...แต่ละบ้านแต่ละห้องก็จะมีน้องส่งเสียงทักทายและขวักมือเรียก...ถ้าชอบก็เข้าไปเจรจาเรื่องราคา เวลา และจ๊อบสโคปรวมถึงอ๊อฟชั่นเสริมต่างๆ(556)ฯลฯ...สมัยก่อนยังไม่เงินยูโร เงินของเยอรมันก็จะเป็นเงินมาร์ค(ตอนนั้นมาร์คละประมาณ 25บาท)...ราคาก็จะมีตั้งแต่ 70 มาร์คขึ้นไปจนถึง 150 มาร์ค โดยขึ้นอยู่กับอายุ รูปโฉมโนมพรรณ รวมถึงอ๊อฟชั่นต่างๆเช่นxxx(รายละเอียดหลังไมค์ก็แล้วกันนะสำหรับที่สนใจ)

ที่ผ่านมาพี่เสือมีโอกาสไปเยอรมันหลายครั้ง(สี่ห้าครั้ง)และมีโอกาสไปเมืองต่างๆเช่น ฮัมบูร์ก ฮานโนเวอร์ ฺBrntrup Hameln บราวน์ชไวก์ เบอร์ลิน แฟร้งเฟิร์ต สตุ๊ตการ์ท โคโลน ดอร์ทมุนด์ มิวนิค และเนิร์นแบร์ก ...ซึ่งก็พอสรุปได้ครับว่าที่เยอรมันนั้นก็ไม่น้อยหน้าในเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เมืองฮัมบูร์กที่เป็นเมืองท่าอยู่ตอนเหนือของเยอรมันนั้นถือว่าเป็น RED LIGHT DISTRICT ที่มีชื่อเสียงมากในยุโรป และที่เมืองแฟร้งเฟิร์ตก็เช่นกันหากใครได้เคยไปเที่ยวชมตัวเมืองนี้จะเห็นว่าธุรกิจนี้เขาทำกันแบบเปิดเผยมาก ซึ่งทำเป็นตึกแยกเป็นโซนสีแดงและสีน้ำเงิน(สีแดงจะเป็นหญิงแท้มาจากหลากหลายประเทศจากทั่วโลก ส่วนตีกสีน้ำเงินเป็นส่วนที่สงวนสิทธิ์ไว้สำหรับคนชอบไม้ป่าเดียวกัน!)


จากความหดหู่สะเทือนใจ...กลายมาเป็นความสงสัยและค้นหาคำตอบ ซึ่งก็เลยได้รู้ว่าประเทศที่เจริญแล้วก็ใช่ว่าจะไม่มีและมีไม่น้อยเลยทีเดียวก็ว่าได้ แต่ทว่าเขาควบคุม จัดระบบทำเป็นระเบียบมีการเสียภาษีถูกต้องตามกฏหมาย ดังนั้นการลักลอบเข้ามาจึงเป็นอะไรที่ผิดกฏหมายดังคลิปที่เฮียชูวิทย์แกพูดถึงดังต่อไปนี้

ทำไมเมืองไทยมีผู้หญิงแอนด์กระเทยแบบนี้(xxx)เยอะจัง...

พี่เสือทำงานประจำอยู่สิงคโปร์และเกี่ยวข้องกับการเดินทาง...ต้องยอมรับว่ารู้สึกอึ้งหดหู่และหน้าชามากเมื่อเจอคำถามนี้ ...ตั้งนั้นแนวทางหนึ่งที่จะหยุดพวกนี้ได้(พวกกินในที่ลับแล้วชอบไขในที่แจ้งแบบไม่แคร์ความรู้สึกคน)คือใช้ต้องวิธีเกลือจิ้มเกลือเมื่อมีความรู้สึกว่าถูกรุกมากเกินไป...


ตัวอย่างเช่นที่สิงคโปร์ซึ่งมีทั้งหญิงและกระเทยมาทำงานแบบนี้ค่อนข้างเยอะเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่นๆ นอกจากนั้นคนสิงคโปร์เองจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่มีประสบการณ์ไปเที่ยวเมืองไทยด้วยตัวเอง...ซึงบ้างก็เข้าใจปัญหาบ้านเมืองเราแต่อย่างไรก็ตามก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ค่อยแคร์ความรู้สึกคนอื่นๆและออกแนวเหยียดและมันปากไปวันๆ...ซึ่งคนประเภทนี้ก็จะโดนสวนกลับไปเบาๆประมาณว่า "เฮ้...บ้านเอ็งก็มีนะไม่ใช่ว่าจะไม่มี มึงเชื่อไหมว่าตรูลองมาหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์เชื้อสายมาเลฯจีนหรือแม้กระทั่งอินเดีย"

มุขนี้นับว่าเป็นอะไรที่ได้ผล...ไม่วาชาติไหนส่วนใหญ่จะหุบปากทันทีเมื่อโดนสวนแบบนี้...

สรุป...ที่แชร์มาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะบอกว่าเรื่องแบบนี้มีเกือบทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่นสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เยอรมันหรืออื่นๆ ซึ่งจะมีมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับสภาพ บ้านเราอาจจะมากกว่าเขาหน่อยแต่ใช่ว่าบ้านมันจะไม่มี...ดังนั้นถ้าเจอแบบนี้ก็อย่าหดหู่จนเกินไปนะครับ ตั้งสติดีๆและสวนกลับพองาม...เป็นกำลังให้ทุกๆคน

ขอบคุณครับที่ติดตามและเป็นกำลังในการกดป้ายผู้สนับสนุน...ตอนนี้ขอพักไว้แค่นี้ก่อน ขอเช็คเรทติ้งก่อน เดินทางมา 20ประเทศหากมีมีหลายๆท่านให้ความสนใจอาจจะตัดสินใจเขียนตอนต่อไป...Thanks

Free Singapore Tour


ทัวร์เที่ยวชมสิงคโปร์ฟรี

เรื่องน่าเบื่ออย่างหนึ่งของคนเดินทางคือการที่ต้องมานั่งรอเปลี่ยนเครื่องเป็นเวลานานๆซึ่งเป็นอะไรที่เสียเวลาและน่าเบื่อถ้าหากต้องมานั่งรอแล้วไม่มีอะไรเป็นการฆ่าเวลา...ที่สนามบินสิงคโปร์ดูเหมือนจะเข้าถึงและเข้าใจประเด็นนี้และก็ได้มีการจัดกิจกรรม"ทัวร์เที่ยวชมสิงคโปร์ฟรี"เอาไว้ต้อนรับ


เงื่อนไขง่ายๆคือเพียงแค่ถ้าคุณมีเวลาอย่างน้อย5.5ชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาออกเดินทางต่อโดยเครื่องบินเที่ยวถัดไป คุณก็สามารถสมัครเข้าร่วมทัวร์เที่ยวชมเมืองสิงคโปร์ที่ให้บริการฟรีได้ทันที ซึ่งทีมงานจะพาคุณไปเห็นการแสดงแสง สี เสียงที่น่าตื่นตาตื่นใจของย่านใจกลางเมืองสิงคโปร์


การให้บริการแบบฟรีๆนี้ก็จะมีสองแบบด้วยกันคือแพคเก็จทัวร์เที่ยวชมมรดกทางวัฒนธรรม(Heritage Tourและ ทัวร์ชมเมือง(City Sights Tour )

ทัวร์เที่ยวชมมรดกทางวัฒนธรรมจะมีด้วยกัน5รอบต่อวันและใช้เวลาประมาณ1.5ชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่จะพาคุณนั่งรถผ่านเขตวัฒนธรรมที่สำคัญๆของสิงคโปร์ เช่นย่านไชน่าทาวน์, ลิตเติ้ลอินเดีย และกัมปง แกลม หรือตื่นตาตื่นใจไปกับทัวร์ชมแสงไฟในยามค่ำคืนของเขตเมืองซึ่งจะได้ชมทิวทัศน์ของเมืองสมัยใหม่ในยามราตรี โดยจะมีการหยุดแวะที่การ์เด้นส์บายเดอะเบย์และเมอร์ไลออนพาร์คเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกอีกด้วย


ส่วนทัวร์ชมเมืองนี้จะใช้เวลาประมาณ2.5ชั่วโมงซึ่งเป็นทัวร์แบบมีไกด์นำเที่ยว ซึ่งจะพาคุณไปแลนด์มาร์คที่สำคัญฯเช่น The Singapore Flyer,The Esplanade–Theatres on the Bay ,Marina Bay Financial Centre,Merlion Park at dusk (20 minutes stopover),Marina Bay Sands,Gardens by the Bay (30 minutes stopover) เป็นต้น

ชมคลิปประกอบ

นวดฟรีก็มีนะ..

ลิงค์รายละเอียดเพิ่มเติม

http://www.changiairport.com/en/airport-experience/attractions-and-services/free-singapore-tour.html

กินขาปูยักษ์ ญี่ปุ่น

ครั้งหนึ่งกับบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

ทริปนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนมกราคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งถื่อว่าเป็นการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่3 (สองครั้งแรกเป็นการเดินทางไปกับงาน ส่วนครั้งนี้ถือว่าเป็นการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกี่ยวกับงานซึ่งเป็นการเดินทางไปกับบริษัททัวร์โดยมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด(3วัน3คืน ไม่รวมวันเดินทาง) โดยที่สองวันแรกนั้นจะเป็นการเดินทางไปตามแพลนที่บริษัททัวร์ได้จัดเตรียมไว้ โดยมีไกด์เป็นคนนำทาง ส่วนวันที่สามจะเป็นฟรีเดย์ซึ่งลูกทัวร์สามารถแพลนใด้ด้วยตัวเองว่าจะเลือกไปที่ไหนในเมืองโตเกียว

ทริปนี้ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองประมาณเที่ยงคืนและไปถึงสนามบินนาริตะซึ่งก็เป็นเช้าของวันใหม่ จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าเมืองโตเกียวเพื่อไปเที่ยวชมและไหว้พระขอพรเอากฤษเอาชัยที่วัดเซนโซจิ (รับประทานอาหารเที่ยง...บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง..ก่อนเข้าชมวัด) และหลังเสร็จการเยี่ยมชมวัดก็เดินทางต่อไปที่จังหวัดยะมะนะชิ ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งระหว่างก็มีการจอดแวะดูวิธีการชงชาเขียวแบบต้นฉบับญี่ปุ่นและแวะดูสินค้าแบรนด์เนมราคาถูกที่ Gotemba Outlet ก่อนเดินทางเข้าโรงแรมที่พักที่โรงแรม MI Fuji

*** วัดเซนโซจิ(Sensoji Temple) เป็นวัดใหญ่ในย่านอาซากุสะ จนบางคนนิยมเรียกว่าวัดอาซากุสะหรือวัดโคมแดง (Asakusa Kannon Temple) เป็นหนึ่งในวัดที่เก่าแก่และเป็นที่นิยมมากที่สุดวัดหนึ่งของเมืองโตเกียว ที่มีผู้นิยมคนเดินทางมาสักการะและเที่ยวชม

ประสบการณ์วันนี้ในแต่ละจุดเป็นอะไรที่น่าสนใจ ไม่วาจะเป็นที่วัดหรือจุดที่แวะชมระหว่างทางเช่นการชงชาเขียวแบบต้นตำหรับและอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามทีเด็ดของวันนี้ก็คงจะเป็นมื้อเย็นที่โรงแรมที่ได้รวมบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์ไว้ในเมนูด้วย ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจและเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของหลายๆคนที่ที่เดินทางมาญี่ปุ่นครั้งนี้...

รสชาติเป็นอย่างไร? เหมือนปูบ้านเราไหม ?

จากการที่ได้ลิ้มลอง ก็บอกกันตรงๆว่าแตกต่าง....ปูม้าปูทะเลบ้านเราหากเราได้ปูที่มีคุณภาพหน่อย เราก็จะได้ปู่แน่นๆรสดีหวานนุ่มลิ้นกินเพลินได้ทั้งกินเล่นและกินเป็นกับหรือจะแกล้มเหล้า/เบียร์ก็ว่ากันไป ...แต่สำหรับขาปูต้มที่ญี่ปุ่นนี้รสชาติจะค่อนข้างแตกต่าง ซึ่งปูยักษ์มันก็อร่อยของมันไปอีกแบบตามรูปร่างและสรีระ ตัวใหญ่ๆแขนขายาวๆก็อาจจะไม่แน่นไม่แกร่งเหมือนตัวเล็กๆ แต่ด้วยความใหญ่มันก็กินเต็มปากเต็มคำดี! ซึ่งหากจะให้เปรียบให้ชัดเจน ก็คงแนะนำให้เปรียบเทียบระหว่างปูไทยนึ่งกับปูอัดที่มีขายตามตลาดหรือตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่แน่นอน โดยประมาณใครชอบแบบไหนก็ว่าแบบนั้นอร่อยซึ่งเป็นเรื่องของนานาจิตตัง ...แต่สำหรับผมหลังจากที่ได้ลิ้มลองแล้ว ก็ขอบอกว่าผมไม่ติดใจและยืนยันว่ายังชอบปูไทยมากกว่า!

*** ขอขออภัยเรื่องรูปภาพและคลิป จริงๆแล้วถ่ายไว้เยอะเลย แต่เนื่องจากมีการผลิตพลาดทางแทคนิค กลับมาถึงไทยไฟล์รูปภาพและคลิป เสียและเปิดไม่ได้เกือบทั้งหมด คงเหลือแต่ความทรงจำดีที่นำมาเล่าสู่กัน ....ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

The Merlion

Sentosa Merlion

เดอะเมอร์ไลอ้อน


โดยทั่วหากนึกถึงเจ้าเมอร์ไลอ้อนหรือสิงค์โตทะเลที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์แล้ว นักท่องเที่ยวหรือบุคคลทั่วไปก็มักจะนึกถึงเจ้าสองตัวนี้เป็นหลัก คือตัวที่พ่นน้ำอยู่ที่เมอร์ไลอ้อนพาร์ค(อ่าวมาริน่า) และตัวที่ยืนสูงตะหง่านอยู่บนเกาะเซ็นโตซ่าแห่งนี้เจ้าเมอร์ไลอ้อนตัวที่อยุ่บนเกาะเซ็นโตช่านี้จะเป็นตัวที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งมีความสูงถึง 37 เมตร และสามารถเข้าไปข้างในได้ด้วย โดยภายในจะแบ่งเป็นชั้นๆ  โดยส่วนที่เป็นไฮไลท์นั้นจะอยู่ที่ชั้น 9 และชั้น 12   โดยชั้น9 จะเป็นส่วนของบริเวณช่องปากที่อ้าอยู่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปยืนชมทิวทัศน์ในมุมสูงในทิศทางที่เจ้าเมอร์ไลอ้อนหันหน้าไปรวมถึงบริเวณด้านข้างๆด้วย ส่วนชั้นที่ 12 ซึ่งจะเป็นชั้นบน ซึ่งจะเป็นที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้รอบเกาะ 360 องศา


ส่วนชั้นล่างก็จะเป็นพื้นที่สำหรับการเล่าเรื่องราวประวัติของเมอร์ไลอ้อนและร้านขายของที่ระลึก รวมซึ่งค่าเฟ่ของว่างและเครื่องดื่ม ฯลฯ


จุดนี้เปิดทำการทุกวัน ( 10.00-20.00 น) โดยต้องเข้าก่อนปิดครึ่งชั่วโมง  ค่าผ่านประตูผู้ใหญ่ 8 S$ เด็ก 5 S$ 
การเดินทาง นั่งรถไฟ Sentosa Express แล้วลงที่สถานี Imbaih ซึ่งจะใกล้ที่สุด