Miyajimaguchi

มิยาจิม่า กุจิ .... เกาะสวรรค์อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อท่านมาเยือนฮิโรชิม่า

มิยาจิม่ากุจิ ถือเป็นสถานที่อีกหนึ่งแห่งที่ถูกบรรจุอยู่ในโปรแกรมการท่องเที่ยวเมืองฮิโรชิม่าในลำดับต้นๆ

มิยาจิม่ากุจิเป็นเกาะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆกับชายฝั่งและป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่น โดยเป็นสถานที่ตั้งของศาลเจ้าและวัดชินโตหลายแห่งและมียอดเขามิเซน ( Misen Mountain )  เป็นฉากหลัง

"มิยาจิม่า" หมายถึง "เกาะที่มีศาลเจ้า" ในสมัยโบราณ เกาะแห่งนี้รู้จักกันดีในอีกชื่อหนึ่งว่าเกาะ "อิซึคุชิม่า" ที่แปลว่า "เกาะต้องห้าม" และเมื่อนำเอาชื่อทั้ง 2 ชื่อมารวมกันก็จะได้คำจำกัดความว่าเป็น “เกาะที่มีศาลเจ้าซึ่งห้ามคนเข้า”   ซึ่งในสมัยก่อน นอกจากกวางที่เชื่อกันว่าเป็นผู้ส่งสารของพระเจ้าที่เดินกันขวักไขว่บนเกาะมิยาจิม่าแล้ว แทบจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ย่างกายเข้าไปในเขตนั้นเลย


  • การเดินทางมามิยาจิม่า หรือ มิยาจิมะ 
แผนที่เส้นทางรถไฟฟ้าเมืองฮิโรชิม่า

การเดินทางไปที่เกาะมิยาจิม่า นั้นไม่ยุ่งยาก  เมื่อเดินทางมาถึงฮิโรชิม่าแล้วก็ใช้บริการรถรางไฟฟ้าหรือ Street car สายสีแดง (สาย2) ต่อได้เลย  โดยรถไฟสายนี้จะวิ่งผ่านสถานีรถฮิโรชิม่าและไปสิ้นสุดปลายทางที่สถานีมิยาจิม่า กุจิ ซึ่งไปถึงจุดที่จะขึ้นเรือข้ามฟากเลย (รถไฟออกทุกๆ 9 นาทีใช้เวลาเดินทางประมาณ 70  นาที)   หรือท่านอาจจะเลือกใช้บริการ JR San-Yo Line แล้วมาลงที่ Miyajimaguchi  ก็ได้ใช้เวลา 30 นาที (ประหยัดเวลาแต่อาจหนักกระเป๋าหน่อย)


จากนั้นก็นั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากต่อไปยังเกาะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7-10 นาที ซึ่งมีเรือให้บริการทุกๆ 15 นาที


*** เพื่อความสะดวกและความคุ้มค่าสำหรับการเดินทาง...ขอแนะนำให้ใช้ตั๋ว 1 day Trip card ซึ่งเป็นตั๋วเหมาจ่ายทั้งค่ารถไฟและค่าเรือเฟอร์รี่ทั้งขาไปและขากลับ ราคาก็อยู่ที่ 840 เยน นอกจากนั้นยังใช้บัตรนี้ไปสถานที่อื่นๆได้ตลอดทั้งวันอีกด้วย





ท่าเรือเฟอร์รี่ (Ferry)  ที่ใช้ข้ามฟากไปยัง มิยาจิม่า กุจิ

แผนที่บริเวณรอบๆเกาะ รูปประกอบจาก www.iwaso.com ซึ่งเป็นโรงแรมที่พักที่อยู่บนเนินเขา

ภาพถ่ายช่วงที่น้ำขึ้น  ศาลเจ้าจะดูเหมือนลอยอยู่ในน้ำ และมีภูเขามิเซน ( Misen Mountain ) เป็นฉากหลัง


หลังจากข้ามฝั่งมาแล้วก็ใช้เวลาเดินทางต่อมายังสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนเกาะแห่งนี้นั้นคือศาลเจ้าลอยน้ำ "อิซึคุชิม่า" (Itsukushima Shirine)  และประตูโทริอิ (Torii)  (ระยะทางจากท่าเรือมาศาลประมาณ  300 เมตร  และใช้เวลาเดินประมาณ 3 นาที )


ศาลเจ้ามิยาจิม่า (Miyajima Shrine ) หรือ อิซึคุชิม่า (Itsukushima Shrine ) ตั้งอยู่บนเกาะมิยาจิม่า เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สร้างในศตวรรษที่ 6 ถูกค้นพบในปี ค.ศ.593 มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานกว่า 1,400 ปี  และเป็นสถานที่อีกแห่งที่ได้รับการจดทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลก (World Cultural Heritage)


ภาพถ่ายบริเวณศาลเจ้า อิซึคุชิม่า  ซึ่งก็ได้สองสาวเจ้าถิ่นมาช่วยเป็นนางแบบให้  

ช่วงน้ำขึ้นศาลเจ้าแห่งนี้ดูเหมือนกับเป็นศาลเจ้าลอยน้ำ  แต่เมื่อน้ำลงก็จะมองเห็นเสาตอม่อได้อย่างชัดเจน 

ประตูโอ-โทริอิ (O-tori) ประตูหน้าศาลเจ้าอิซึคุชิม่าสัญลักษณ์ของเกาะมิยาจิม่า สร้างไว้ในทะเลเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงให้รู้ว่านี่เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์   ทำด้วยไม้การบูรทาสีส้มแดง สูง 16 เมตร ความกว้าง 22.3 เมตร ตั้งอยู่บนเสาหินกว้าง 10 เมตร    สูงใหญ่สะดุดตาซึ่งสามารถมองเห็นได้จากระยะไกลเลยทีเดียว 





ช่วงเวลาน้ำลงสามารถเดินได้ถึงบริเวณประตูและสามารถผัสได้อย่างไกล้ชิด  โดยทั่วไปผู้คนที่มาเยือนมักเอาเหรียญเงินเยนนำไปปักไว้ที่เสาประตูในระดับที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลช่วงน้ำขึ้น โดยมีความเชื่อในเรื่องของความโชคดี มีชัย   หรือบ้างก็มีความเชื่อกันว่าถ้าสามารถโยนก้อนหินขึ้นไปค้างไว้บนคานได้ก็จะสมหวังตามที่ขอพร (แต่ไม่ค่อยเห็นใครทำสักเท่าไหร่)  แต่สำหรับสาวๆไทยเชื่อว่าคงไม่ค่อยกล้าเนื่องจากคำว่าค้างคานหรือขึ้นคานนั้นเป็นอะไรที่แสลงหูอย่างยิ่ง ... 555


ความโชคดีมีชัยเป็นสิ่งที่ทุกคนปราถนา  งานนี้ผมก็ไม่พลาดกับเขาเหมือนกัน  ใส่เหรียญไว้ที่เสาประตูพร้อมกับอธิฐานว่าสั้นๆว่า 'อย่าเจ็บอย่าจน'



นอกเหนือจากประตูโทริอิและศาลเจ้าอิซึคุชิม่าแล้ว   บนเกาะแห่งนี้ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกหลายแห่งเช่น ที่สำคัญทางศาลนาและศาลเจ้าอื่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ(Aquarium)  สวนป่าธรรมชาติ  กระเช้าไฟฟ้าขึ้นยอดเขาเพื่อชมทัศนียภาพของเมืองบนยอดเขามิเชน  (Misen Mountain) รวมถึงร้านอาหารและร้ายขายของฝาก+ที่ระลึก  ซึ่งสามารถชมภาพเก็บตกได้ดังนี้


*** ยอดเขามิเซน (Misen Mountain) เป็นเขาที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 535 เมตร  ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สุดของญี่ปุ่น  ซึ่งสามารถชมวิวแบบพาโนรามาได้ 360 องศา  ซึ่งจะได้เห็นหมู่เกาต่างๆตัดกับทะเลสีคราม  


คุณครูพาคุณหนูๆมาทัศนศึกษานอกสถานที่


ทางเดินไปศาลเจ้าอิซึคุชิม่าและประตูโอโทริอิ
ทัพพีตักข้าวคล้ายใบพายที่ทำจากไม้ขนาดยักษ์   อีกหนึ่งของศักดิ์สิทธิ์ของเกาะนี้
   ส่วนเรื่องประวัติที่มาที่ไปนั้นไม่แน่ใจว่าเป็นมาอย่างไร แต่ที่แน่ๆสินค้าอันนี้เป็นของที่ระลึกที่สำคัญของเกาะแห่งนี้เลยทีเดียว


ภาพถ่ายจากมุมสูง

ภาพถ่ายจากบนเขาจะเห็นประตูศาลเจ้าและท่าเรือข้ามฟากอยู่ในระยะไกลๆ

สถานที่สำคัญทางเศาสนาอื่นๆ

ศาลเจ้าอื่นๆ

ภายในศาลเจ้าเก่าบริเวณไกล้เคียง


ล้างหน้าล้างตาล้างมือก่อนเข้าศาลเจ้าตามธรรมเนียมของคนญี่ปุ่น

ภาพเมื่อมองจากมุมสูง

ต้นไม้และป่าไม้บริเวณเนินเขา

อุโมงค์ลอดไปอีกด้านหนึ่งของเกาะ ซึ่งเป็นบริเวณที่พักอาศัยของชาวบ้าน





น้องกวาง... เป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ทั่วไปบนเกาะแห่งนี้  มีจำนวนค่อนข้างเยอะมาก ไม่กลัวคนและอาศัยอยู่กับชาวบ้านและผู้คนแบบธรรมชาติดุจดังสัตว์เลี้ยงทั่วไป   


เห็นคุณยายเดินก้มๆเงยๆอยู่บริเวณหาด  ก็เลยอยากรู้ว่ายายกำลังทำอะไร   เมื่อไปดูใกล้ๆจึงรู้ว่ายายกำลังเก็บหอย .... ซึ่งเป็นหอยอะไรก็ไม่ทราบได้..สรุปว่าสื่อสารกันไม่เข้าใจ... เข้าใจคำเดียวว่า ' โออิชิ  โออิชิ "    ซึ่งคุณยายพยายามบอกว่าหอยนี้กินอร่อยนะครับ

หอยที่คุณยายหามาได้



สำหรับของกินขึ้นชื่อของโรชิม่าและเกาะแห่งนี้ก็คือหอยนางรม

จากข้อมูลการท่องเที่ยวได้อธิบายว่าหอยนางรมทั้งหมดที่ขายในประเทศญี่ปุ่นร้อยละหกสิบหรือ 60% เป็นหอยนางรมที่เป็นผลิตผลของเมืองฮิโรชิม่าแห่งนี้

ดังนั้นอาหารแต่ละเมนูของที่นี่จะมีหอยนางรมตัวโตๆเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ  สำหรับใครที่ชื่นชอบหอยนางรมแล้วละก็แนะนำว่าไม่ควรพลาด...หากได้ชิมแล้วจะติดใจ




ข้อมูลที่่เกี่ยวข้อง














  • เป็นกำลังใจและเป็นแฟนเพจบนเฟซบุ๊กกด LIKE ที่นี่=> https://www.facebook.com/realtigerwalker
  • ติดตามเรื่องเล่าล่าสุด กดไลน์ที่นี่จร้า