Angkor wat

 นครวัด นครธม เดินทางตามความฝัน


(ช่วงสงกรานต์  2012)


  นครวัด นครธม....หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถือว่าเป็นสถานที่อยู่ในฝันและคาดหวังว่าสักวันจะต้องไปให้จงได้  

   ปี 2454  ช่วงที่กลับไปพักร้อนที่เมืองไทย ผมเองพยายามที่จะไปเที่ยวนครวัดเองแบบไม่ง้อทัวร์มาแล้วครั้งหนึ่ง  (ประมาณว่าแบกเป้เที่ยว)



   ตามแพลนก็คือจะนั่งรถตู้ไปลงที่ตลาดโรงเกลือ  จากนั้นก็หาจับรถโดยสารไปที่เมืองเสียมเรียบซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของนครวัดและนครธม

   หลังจากที่ได้ไปหาข้อมูลรถตู้ที่บริเวณตลาดมีนบุรีดูแล้ว ก็ทราบว่ารถตู้จากตลาดมีนจะมีเฉพาะเสาร์อาทิตย์  แต่ถ้าวันธรรมดาต้องไปขึ้นที่อนุสารีย์ฯ หรือไม่ก็ไปกับรถ บขส. หรือไม่ก็ไปดักรอรถบัสที่วิ่งรับส่งลูกค้าบ่อนคาสิโนปอยเปต (ฟรี)  ซึ่งจะมาถึงหน้าคาร์ฟูประมาณหกโมงเช้า.

  •    รถบัสรับส่งลูกค้าคาสิโนคือทางเลือกที่อยากลอง 
         เมื่อได้ข้อมูลเป็นที่เรียบร้อย เช้าวันรุ่งขึ้นจึงได้มาดักรอรถบัส ณ.จุดนัดพบ นั่นคือป้ายรถเมล์หน้าคาร์ฟูร์   ซึงรถบัสก็มาตามนัดจริงๆที่เวลาประมาณ 06.xx น. และเดินทางไปถึงตลาดโรงเกลือประมาณ 09.xx น.

   เมื่อเดินทางไปถึงตลาดโรงเกลือก็ทำการถามหาข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับเดินทางต่อไปยังเสียมเรียบตามแพลนที่ว่างไว้ ....

  ผลลัพธ์ที่ได้คือไม่ค่อยมีใครทราบว่ารถที่จะเดินทางต่อไปนั้นอยู่ที่ไหน ....ส่วนใหญ่จะชี้โบ้ชี้เบ้ส่ง   สรุปว่าได้คำตอบที่ไม่เคลียร์และไม่ชัดเจน


  *** ที่พบส่วนมากก็คือ แท๊กซี่ป้ายดำ  ซึ่งก็จะคิดราคาเหมา 3,500 +/- 500   ระมาณว่าถ้าจะให้ประหยัดกว่านั้นก็ต้องหาเพื่อนร่วมทางแชร์กันไป  รถมี 4 ที่นั่ง


  เมื่อคำตอบที่ได้ไม่ค่อยชัดเจน  ก็เลยตัดสินใจผ่านด่านข้ามไปฝั่งเขมร  เผื่อว่าจะได้ข้อมูลดีๆเพิ่มเติม


   กรำ.... ฝั่งเขมรก็มีแต่แท๊กซีป้ายดำเหมือนเดิม   ที่หนักกว่าเดิมคือมีแต่กองเชียร์คาสิโน ที่คอยต้อนเข้าคาสิโนซะเป็นส่วนใหญ่

  เมื่อข้อมูลที่ได้รับไม่ค่อยชัดเจน  ไอ้ครั้นจะดันทุรังเดินทางต่อไปก็เกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องดี  สุดท้ายก็เลยติดสอยห้อิยตามลูกค้าคาสิโนไปเที่ยวชมดูบรรยากาศภายบ่อน(มีรถรับส่งบริการฟรีถึงที่) และคิดว่า พนักงานคาสิโนน่าจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์

  • คาสิโนเหมือนมีมือ
รูปประกอบจากกลูเกิล
เมื่อไปถึงคาสิโน ก็อีกเช่นเคยประชาสัมพันธ์ รวมถึงพนักงานที่คาสิโน ไม่ค่อยมีใครทราบข้อมูลอื่นๆนอกเหนือจากแท๊กซีป้ายดำซึ่งไม่ท้าทาย
สุดท้ายเลยถือโอกาสเดินฆ่าเวลาอยู่ในคาสิโนและก็ตั้งใจว่าจะกลับ กทม  พร้อมกับรถบัสคันเดียวกันกับตอนที่เดินทางมา ซึ่งจะกลับตอนบ่ายแก่ๆ

   กรำ..คาสิโนเหมือนมีมือ....เมื่อหลงเข้าไปแล้ว มักจะหาทางออกไม่ค่อยเจอ  สุดท้ายก็เลยวนๆเวียนๆกินอยู่หลับนอนอยู่แถวๆนั้นเป็นเวลาสองคืนกับสามวันเต็ม....

แต่อย่างไรก็ตามถือว่ายังมีโชคเล็กๆ....หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว  ยังมีกำไรเหลือกลับบ้านอีกเล็กน้อย....(ลิงค์ >>> ข้อมูลเกี่ยวกับคาสิโนที่ปอยเปต)

***  ความตั้งใจที่จะไปนครวัดเที่ยวนี้ล้มเหลว  ...(failed)   เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว (ช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เป็นนายก)  กำลังมีกรณีพิพาทกันเรื่องเขาพระวิหาร และอื่นๆ  ก็เลยทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไม่ค่อยสู้ดี  ... และเนื่องจากข้อมูลที่ได้นั้นไม่ค่อยเคลียร์  ก็เลยไม่คิดที่จะเสี่ยงเดินหน้า

***จริงๆแล้วมีรถตู้และรถบัสโดยสารจากฝั่งกัมพูชาไปเสียมเรียบ  ท่านใดสนใจอยากลองเดินทางด้วยตนเองแล้วละก็ ลองอ่านริวิวนี้ดูครับ >>> ไปเสียมเรียบโดยรถตู้โดยสาร )
 
  • ปี 2455   กลับมาล่าฝันอีกครั้ง
       หลังเสร็จงานจากอินโดนีเซีย (ไปทำโปรเจ็คที่อินโดมา 4 สัปดาห์)  ก็เลยถือโอกาสลาพักร้อนและกลับมาพักเมืองไทย ซึ่งเป็นช่วงสงกรานต์พอดี    

      ปีที่แล้วตั้งใจจะเดินทางแบบแบกเป้เที่ยวแต่ว่าไปไม่ถึงจุดหมาย  ดังนั้นทริปนี้เลยเปลี่ยนแพลนและตัดสินใจไปกับทัวร์ ...

      สำหรับโปรแกรมทัวร์ที่เลือก็คือแพ็จเก็จทัวร์แบบ 3 วัน 2 คืน ซึ่งค่าใช้จ่าย 4700 บาท (รวมที่พักและอาหาร)  ซึ่งก็มีโปรแกรมทัวร์แต่ละวันดังนี้


***   ทริปนี้  95 %  เป็นไปตามที่บริษัททัวร์ได้แพลนไว้ในแต่ละวัน ซึ่งมีรายละเอียดแต่ละวันดังต่อไปนี้ 



หลังผ่านด่านปอยเปตเข้าสู่ฝั่งกัมพูชาแล้ว  ก็ทำการเปลี่ยนเป็นรถบัสปรับอากาศฝั่งเขมร  พร้อมไกด์ขาวกัมพูชาชื่อ เทียร์รี่

สองข้างทาง ส่วนใหญ่ก็จะมีหินแกะสลักเป็นเทวรูปและอื่นๆ วางจำหน่ายตลอดทาง

 เมดอินกัมพูชา

จอดรับประทานอาหารมื้อเที่ยง ที่ร้าน โตนเลแม่โขง (TONLE MEHONG)   ซึ่งเป็นอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ และมีอาหารหลากหลายให้เลือก (เขมร ไทย ลาว เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น และอาหารตะวันตก)

พนักงานต้อนรับหน้าร้านอาหาร

สาวน้อยนักดนตรี  บรรเลงเพลงท้องถิ่นให้ฟัง


เมื่อทานอาหารมื้อเที่ยงเรียบร้อย ทีมงานทัวร์ก็พาไปโรงแรมที่พักเพื่อเก็บสัมภาระ  หลังจากนั้นก็ได้นำมาท่านสักการะ องค์เจ๊กองค์จอม  ซึ่งพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์พระคู่บ้านคู่เมืองเสียบเรียบเพื่อความเป็นสิริมงคล



แม่ชีและผู้ถือศิลที่คอยอำนวนความสะดวกและสวดมนต์ให้พรกับผู้ที่ต้องการจะขอพรจากท่าน


จากนั้นทีมงานก็พาไปเที่ยมชมทะเลสาบ "โตนเลสาป"  ซึ่งเป็นสะสาบที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขมรใน โตนเลสาบ และชมบรรยากาศยามเย็นช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับฟ้า

จุดขึ้นเรือ

หนูน้อยลูกหลานชาวประมงที่อาศัยอยู่รอบๆทะเสสาบ
ฟาร์มจรเข้ลอยน้ำ


เด็กๆนำงูมาโชว์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูป (ค่าใช้จ่ายแล้วแต่ศรัทธา  แต่มาตรฐานคือ 20 บาท)

หนูน้อยพายอ่างกลางทะเลสาป ขายของให้นักท่องเที่ยว

เก็บรูปไว้เป็นหลักฐานสำหรับตัวเอง


หลังจากนั้นทีมงานทัวร์ก็พาไปรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมการแสดงนาฎศิลป์พื้น เมือง (ระบำอัปสรา) และนำไปส่งที่โรงแรมเพื้อให้ได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย

ระบำอัปสรา

ระบำอัปสรา
  • วันที่ 2


เริ่มต้นวันที่สองด้วยการไปที่ออฟฟิศของการท่องเที่ยว เพื่อไปถ่ายรูปและทำบัตรผ่านเข้าชมปราสาทต่างๆ

จากนั้นก็เดินทางไปตามโปรแกรมขโดยช่วงเช้าทีมงานทัวร์พาไปเริ่มต้นที่ นครธม เพื่อเข้าชมปราสาทบายนและ ปราสาทตาพรหม

ซ้ายมือ คืบริเวณทางเข้าปราสาทบายน ส่วนขวามือคือบริเวณปราสาทตาพรหม   (คลิกอ่านรายละเอียดได้จากลิงค์)   

ศิลปะแบบบายน

หมู่กับเพื่อนที่ไปทัวร์ด้วยกันบริเวณปราสาทบายน

ปราสาทตาหรหม (รูปจากกลูเกิล)



ช่วงเช้าหลังจบโปรแกรมทัวร์ที่ปราสาทตาพรหมแล้ว จากนั้นก็ไปเติมพลังมื้อเที่ยงและเดินทางทัวร์ต่อไปที่ปราสาทบันทายสรีและนครวัด 

ภาพประกอบจากกลูเกิล ....บริเวณทางเข้าชม ปราสาทบันทายสรี(ฺBantey Srei)   ( คลิก..ดูรูปและเรื่องเล่าเพิ่มเติม)


รูปราหูอมจันทร์ ที่นครธม ( ณ จุดนี้ทางไกด์จะมีเรื่องเล่านิยายปรัมปรา เกี่ยวกับราหูอมจันทร์ให้ฟังอย่างละเอียด)

เมื่อแดดร่มลมตกทีมงานทัวร์ก็มาเที่ยวชมภายในนครวัด



ตามโปรแรมเมื่อจบโปรแกรมที่นครวัดแล้วทัวร์จะต้องพาไปชมพระอาทิตย์ตกดินและชมภูมิทัศน์ของนครวัดในมุมสูงที่ พนมบาแคง    แต่ทางทัวร์อ้างว่าวันนี้จราจรติดขัดมากเนื่องจากเป็นช่วงสงกรานต์ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำมากในช่วงนี้และมากกว่าทุกปี เนื่องจากช่วงนี้มีพี่น้องชาวเสื้อแดงเดินทางมาเยี่ยมอดีตนายกทักษิณที่เสียมเรียบเป็นจำนวนหลายหมื่นคน  ทางทัวร์จึงยกเลิกโปรแกรมนี้ออกไป


ทางทัวร์ก็เลยเปลี่ยนโปรแกรมและพาไปที่ใหม่แทน (โปรแกรมของวันที่ 3)  ซึ่งเป็นวัดที่เก็บกระโหลกและประวัติเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วงสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์  ( อ่านรายละเอียด ... ทุ่งสังหาร) 

วัดใหม่หรือวัดทไม เป็นวัดที่รวบรวมกระดูก กระโหลกของผู้เสียชีวิตชาวเขมรที่เกิดจากน้ำมือเขมรแดงช่วงยุคเขมรแดงที่มีพลพต ผู้นำเขมรแดงปกครอง  และเคยใช้เป็นสถานที่ประชุมและประหารชีวิตชาวเขมรในยุคสงครามล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งภายในวัดก็จะมีภาพเก่าๆและอื่นๆให้ดูเป็นหลักฐาน


หลังจากจบการเที่ยวชมที่วัดใหม่แล้วทีมงานทัวร์ก็พาไปร้านขายจิวเวอร์รี่ เพชร พลอย และอื่นๆ  ก่อนที่จะไปรับประทานอาหารเย็นพร้อมดูโชว์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและพากลับเข้าที่พัก


  • วันที่ 3



  ตามโปรแกรมทัวร์วันที่สามปกติแล้วจะต้องไปสองที่ แต่เนื่องจากวัดใหม่ได้ไปมาแล้วเมื่อตอนเย็นของวันที่ผ่านมา  วันนี้ก็คงเหลือสถานที่เดียวนั่นคือ ตลาดปซาจ๊ะ (PSA JA MAKET)  ซึ่งเป็นตลาดขายสินค้าพื้นเมืองและของทีระลึก (เปิดตอนกลางคืนด้วย)


ภาพจากกลูเกิล

ภาพจากกลูเกิล

Tips =>>  หากต้องการดูรูปภาพเพิ่มเติม ให้ไปที่ google.com และพิมพ์คำว่า  ตลาดซาจ๊ะ (PSA JA MARKET)




หลังจากเสร็จการจับจ่ายใช้สอยแล้ว ก็เป็นอันว่าสิ้นสุดเสร็จสิ้นโปรแกรมทัวร์ และเดินทางกลับมาที่ปอยเปต ซึ่งทางทัวร์ก็มีเวลาให้เข้าไปเที่ยวชมคาสิโนนิดหน่อยพอเป็นกระษัย  ก่อนที่จะพาเดินทางกลับเข้า กทม.



หลังจากที่เที่ยวแรกไปหลงอยู่ในคาสิโนซะสองสามวัน   วันนี้ฝันเป็นจริงซะที ....555



ขอขอบคุณที่ได้ติดตาม แนะนำ ติชม และคลิกป้ายผู้สนับสนุนเพื่อเป็นกำลังใจ