Australia desert trip

ทะเลทรายออสเตรเลีย...การเดินทางที่ท้าทายและประทับใจ



   การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม  2014 ( พ.ศ. 2557)  ซึ่งเป็นการเดินทางไปเซอร์วิซลูกค้าแท่นเจาะน้ำมันที่กำลังดำเนินการขุดเจาะอยู่บริเวณกลางทะเลทรายในเขตรัฐควีนแลนด์ของออสเตรเลีย (กรอบสีแดง พิกัดระหว่างตำแหน่ง  C และ D ดังรูป)

  • การเดินทาง


       ในหลายๆครั้งของการเดินทางที่ผ่านส่วนใหญ่แล้วหากไปทางไหนก็จะย้อนกลับทางเดิม แต่สำหรับทริปนี้เป็นการเดินทางแบบวนลูป  โดยเริ่มต้นจากสิงคโปร์ซึ่งเป็นที่ตั้งของออฟฟิศและบินไปที่เมืองบริสเบน...และจากบริสเบนก็บินต่อไปยังสนามบิน เบลลาร่า(Bellara) ซึ่งเป็นสนามบินภาคสนามสำหรับคนที่มาทำงานสำรวจขุดเจาะน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมัน... จากนั้นก็เดินทางโดยรถยนต์ต่อไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันที่อยู่ระหว่างตำแหน่ง C และ D ดังรูป




    และหลังเสร็จงานก็เดินทางโดยรถยนต์ไปที่สนามบินมูมบา(Moomba) ซึ่งก็เป็นสนามบินภาคสนามอีกแห่งหนึ่งที่อยู่กลางทะเลทราย => และบินกลับไปที่สนามบินนานาชาติเมืองแอดิเลด (Adelaide)  จากนั้นก็บินกลับออฟฟิศที่สิงคโปร์  ซึ่งเป็นการเดินทางแบบวนลูปเลยสำหรับทริปนี้ 


การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างมีหลากหลายรสชาติและเป็นอะไรที่โหดมันฮาเอาเรื่องเลยที่เดียว ซึ่งจะได้นำมารีวิวให้เพื่อนๆได้ฟังกันดังนี้

รูปห้องพัก ณ โรงแรมแอร์พอร์ต

       เริ่มต้นที่สิงคโปร์และมาถึงเป้าหมายแรกที่บริสเบนเวลา 20.00 น  ซึ่งก็ค่ำพอดีลูกค้าก็เลยจัดที่พักให้ ซึ่งเป็นโรงแรมแอร์พอร์ท

      และเช้าวันรุ่งขึ้นก็เดินทางต่อไปยังสนามบินเบลเลร่า ซึ่งเป็นสนามบินภาคสนามสำหรับโปรเจ็คด้านพลังงาน (สำรวจ ขุดเจาะน้ำมัน และโรงกลั่น)

ตั๋วเครืองบิน สำหรับเดินทางจากสนามบินบริสเบนไปเบลเลร่า


ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็เดินทางมาถึงสนามบินภาคสนามเบลเลร่า

เพื่อนร่วมเดินทางเกือบทั้งหมดเป็นออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  มีเมดอินไทยแลนด์อยู่คนเดียวโดดๆ

โรงกลั่นน้ำมันและสนามบินภาคสนาม (C) ตั้งอยู่ใกล้ๆกัน (ในวงกลมสีแดงคือบริเวณโรงกลั่นน้ำมัน)

   และเมื่อเดินทางมาถึงที่เบลลาร่าเพื่อนร่วมเดินทางที่มาด้วยกันเกือบทั้งหมดก็จะหยุดที่นี่ .... ส่วนผมนั้นต้องเดินทางต่อไปด้วยรถยนต์อีกประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ  เพื่อเดินทางไปยังแท่นขุดเจาะน้ำมันที่อยู่ไกลออกไปอีกร้อยกิโลฯกว่าๆ
หลังจากออกเดินทางออกจากสนามบินเบลลาร่ามาได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เดินทางมาถึงแค้มป์ที่พัก

บรรยากาศรอบๆแค้มป์  (ทะเลทราย)


แท่นเจาะที่จะต้องมาต้องมาเซอร์วิซ   (ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเลทราย)


บรรยากาศสองข้างทางระหว่างเดินทางจากสนามบิน Ballera ไปแท่นเจาะน้ำมัน



  • ทริปนี้มาทำอะไร
         งานที่รับผิดชอบทริปนี้ก็คือมาทำการทดสอบฟังก์ชั่น ( Perform function test & Commissioning )  สว่านเจาะน้ำมันหรือที่ชาวแท่นเรียกว่า "ท๊อป ไดร์ฟ (Top drives )"  ซึ่งจะต้องทำการเทสใหม่อีกครั้ง หลังจากที่ถูกส่งไปโอเวอะฮอล (Overhaul ) และนำกลับมาติดตั้งใหม่

ซ้ายมือ : คือเจ้าท๊อปไดร์ฟตัวที่ต้องมาเซอร์วิชให้ลูกค้า     ขวามือ: เดี่ยวคู่กับแท่นเก็บหลักฐานไว้เป็นที่ระลึก


   ไชต์งานนี้ค่อนข้างโหด....
     
       สภาพแวดล้อมเป็นทะเล ซึ่งมีแต่หินกับทราย  นอกจากนั้นยังมีแมลงวันทะเลค่อนข้างชุกชุมมาก  และที่สำคัญตื้อน่าดู   ตื้อแบบชนิดว่าตายเป็นตายไล่เท่าไรก็ไม่หนี...
 

แมลงวันที่นี่จะเยอะมากและตื้อมาก(ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป) ดังนั้นเวลาอยู่นอกห้องจะต้องสวมตาข่ายกันยุง (head mosquito net)ไว้ป้องกันตลอด ... มิฉนั้นมันจะเข้ามาตอมหูตอมตาจนไม่มีสมาธิ และทำงานแทบไม่ได้เลยทีเดียว

ซ้ายมือ   เมนูหลักqที่พ่อครัวทำให้         ส่วนขวามือคือสิ่งที่พ่อครัวจัดให้ตามที่ขอ 556

    
  มีเฮ.....ฝรั่งเล่นอะไรแปลกๆ

     พนักงานของแท่นนี้เกือบทั้งหมดเป็นออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งจะมีเอเซียอยู่บ้างสามสี่คน

โดยปกติแล้วอาหารแต่ละมื้อก็จะคล้ายๆกับที่เห็นดังรูปซ้ายมือด้านบน  เช่นไก่อบ เนื้ออบ หมูอบ แกะอบ เสิร์ฟพร้อมกับออสแอปเปิลและมันฝรั่งอบ/บด ประมาณนี้...


แต่เราเมดอินไทยแลนด์ เมื่อกินแบบก็จะรู้สึกว่าไม่ค่อยอิ่มและไม่ค่อยหนักท้องสักเท่าไหร่  และส่วนอาหารมื้อกลางวันจะเป็นอาหารกล่อง ซึ่งจะต้องแจ้งกับพ่อครัวก่อนออกไปทำงานว่าต้องการเมนูใด

 อาหารส่วนใหญ่ก็จะคล้ายกับที่กล่าวมาข้างต้น (เนื้อสัตว์ + มันฝรั่ง) ซึ่งเราไม่สามารถกินทุกวันได้   ดังนั้นก่อนออกไปทำงานก็เลยแอบกระซิบบอกพ่อครัวว่า "  ไอ อยากได้อะไรที่มีข้าวเป็นองค์ประกอบ  รบกวนยูช่วยทำให้หน่อยนะ "

ปรากฏว่าพี่แกก็ใจดี จัดให้ตามที่ขอจริงๆ ....พี่แกจัดเป็นแซนวิชโปะข้าวมาให้ครับ (ดังรูปซ้ายมือด้านบน) 

556....สุดยอด    ซื่อหรือประชดก็ไม่รู้   ทำเอาซึ้งเลย กลืนแทบไม่ลง
     
   




 หลังทำได้สี่วัน ก็เป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์และได้เวลาเดินทางกลับ.........แต่ขากลับเที่ยวนี้แตกต่างจากทริปอื่นๆ  คือได้เดินทางกลับอีกเส้นทางหนึ่งซึ่งแตกต่างจากตอนขามาดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น

   ปกติมาทางไหนกลับทางนั้น...แต่เที่ยวนี้วนลูปโดยเดินทางจากแค้มป์ไปขึ้นเครื่องที่สนามบินมูมบา (Moomba) ที่อยู่ห่างออกไปจากไชต์งานทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 150 กิโลเมตร 

เช้าวันที่ 03 กุมภาพันธ์ 2014  ::  ได้เวลาเดินทางกลับ




เดินทางจากแค้มป์ไป Moomba Airport (ช่วงใกล้ถึงสนามบิน ถนนเริ่มดีแล้ว) ก่อนหน้านี้เป็นทางเกวียน
บริเวณใกล้ๆกับสนามบินมูมบา (Moomba Airport )   จะเป็นโรงกลั่นน้ำมัน

บริเวณด้านข้างของสนามบิน  ซึ่งจะประดับด้วยงานศิลปะของชาวอะบอริจิ้น 



***  ทั้งขามาและขากลับของทริปนี้  จะมีการเดินทางผ่านเดินทางโดยรถยนต์ผ่านกลางทะเลทรายซึ่งรวมระยะทางแล้วก็ประมาณเกือบสามร้อยกิโลฯ   ซึ่งเป็นการเดินสนุกและตื่นเต้นและมีโอกาสได้สัมผัสกับกลิ่นไอและธรรมชาติและเรื่องราวของทะเลทรายแบบเต็มๆ    ซึ่งก็ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีและยากที่จะลืมได้เลยที่เดียว...

หลังจากออกเดินทางจากสนามบินมูมบาได้ประมาณ 45 นาที  ก็มาถึงสนามบินแอดิเลด ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของออสเตรเลีย

มุมมองจากบนเครื่องเมื่อบินเข้าใกล้เมืองแอดิแลด 




    เดินทางมาถึงสนามบินแอดิเลดประมาณเที่ยงวัน...ส่วนเที่ยวบินที่จะเดินทางกลับสิงคโปร์นั้นเป็นตอนเย็น.... ดังนั้นจึงมีเวลาเหลืออีก 4-5 ชั่วโมง สำหรับการทัวร์เมือง...

ตัวเหมาจ่ายรายวันราคา 9.40 ออสเตรเลียดอลลาร์
  ... และเมื่อได้ข้อมูลเดินทางเรียบร้อย ก็ทำเช่าตู้หยอดเหรียญเก็บสัมภาระก่อนเดินทางไปทัวร์

   ตัวเมืองตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน ทริปนี้ก็เลยใช้บริการรถบัสโดยสารจากสนามบินเดินทางเข้าตัวเมือง




    ทริปนี้มีเวลาสามชั่วโมงกว่าๆในการเดินชมรอบๆตัวเมืองและถนนคนเดิน  ซึ่งก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพมาฝากกันดังนี้

มหาวิทยาลัยประจำเมือง
ส่วนสาธารณะฝั่งตรงข้ามและเยื้องๆกับมหาวิทยาลัย  ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังจัดการกับขี้เมา

ถนนสายหลักบริเวณใจกลางเมือง ด้านซ้ายเป็นย่านธุรกิจและมีถนนคนเดินอยู่ซอยถัดไป

ถนนคนเดิน  ย่านธุรกิจและศูนย์กลางการซีอปปิ้ง 

ศิลปินเปิดหมวก

กิจกรรมการกุศล


ถังขยะ ออกแบบแบบขำๆ
แมงสาบยักษ์พร้อมประวัติความเป็นมา

หลวงพี่มาทัวร์




มุมช๊อกโกแล๊ก ประจำเมือง



   ประวัติย่อๆของเมืองแอดิเลด

    แอดิเลด (Adelaide ) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของออสเตรเลีย กับประชากรมากกว่า 1.1 ล้านคน

    ชื่อเมืองตั้งตามพระนามของอเดลเลดแห่งแซ็กซ-ไมนิงเก็น สมเด็จพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักร พระอัครมเหสีในสมเด็จพระเจ้าวิลเลียมที่ 4 แห่งสหราชอาณาจักร เมืองก่อตั้งในปี ค.ศ. 1836







เสือน้อยใช้เวลาเดินเที่ยวชม และ ชิม อยู่ก็ประมาณสามชั่วโมงเศษ  จากนั้นก็นั่งรถบัสกลับสนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสิงคโปร์




     การเดินทางแบบทำงานไปเที่ยวไปทริปนี้ถือว่าเป็นอะไรที่ตื่นเต้นพอสมควร ....ทริปนี้ได้สัมผัสเรื่องราวหลากหลาย ได้เห็น 4 สนามบิน   ได้สัมผัสทะเลแบบถึงเนื้อถึงตัวและอื่นๆ   เรียกว่าสะเทินบกสะเทินอากาศกันเลยที่เดียว ...





Thanks ที่ติดตาม แนะนำติชม ...